Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

เกษตรกรชาวเพชรบูรณ์ ออกมาเผยเทคนิคการปลูกพริก ผลผลิตดี ส่งออกขายปีละ 100 ตัน

พริกผักที่มีรสเผ็ดจัดจ้าน แต่สามารถช่วยปรุงแต่งรสชาติของอาหารให้อร่อยมากยิ่งขึ้น ในบ้านเรานิยมนำพริกมาประกอบอาหารให้มีรสชาติแซ่บถึงใจ แต่ก็ไม่ใช่เฉพาะในบ้านเราเพียงเท่านั้น เดี๋ยวนี้ในต่างประเทศหลายประเทศก็นิยมบริโภคพริกด้วยเช่นกัน ทำให้ในแต่ละปีเกษตรกรในบ้านเราสามารถส่งพริกออกไปขายยังต่างประเทศได้เป็นจำนวนมาก อย่างเช่นเกษตรกรชาวเพชรบูรณ์ ในแต่ละปีเขาส่งออกพริกไปขายยังประเทศในยุโรปและญี่ปุ่นถึงละ 100 ตัน กันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นรายใหญ่ของไทยเลยก็ว่าได้

สำหรับในเรื่องการปลูกพริกนั้น คุณพิทักษ์ชน โตสารเดช เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการขาย บริษัทเพื่อนเกษตรกร จำกัด ให้ข้อมูลว่า สายพันธุ์พริกที่ปลูกจะเป็นสายพันธุ์เรดฮอท และชุปเปอร์เรดฮอท เป็นของบริษัทเพื่อนเกษตรกร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพอีกบริษัทหนึ่ง ทางบริษัทได้มีการพัฒนาพริกให้เป็นพันธุ์ลูกกผสม เพื่อให้ผลผลิตดกได้ประมาณผลผลิตต่อไร่สูง และที่สำคัญอายุการเก็บเกี่ยวสั้น

“เรดฮอทเป็นพริกที่มีการพัฒนาสายพันธุ์มาไม่ต่ำกว่า 4 ปี ลักษณะพิเศษคือเป็นพริกที่มีผลสม่ำเสมอ ส่วนชุปเปอร์เรดฮอทเป็นพริกที่พัฒนามาได้ 1 ปีกว่าๆ ซึ่งตอนนี้กำลังทำตลาดอยู่ที่จังหัดขอนแก่น เป็นพริกที่พัฒนาสายพันธุ์เพื่อพัฒนาผลให้ใหญ่ขึ้น และมีสีที่เข้มขึ้น”

เราลองมาฟัง คุณธีรวัฒน์ เกษตรกรที่ปลูกพริกอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์บนเนื้อที่ 30 ไร่ พูดถึงเรื่องนี้การบ้าง โดยเขาเล่าว่า ได้มีการทำเป็นเครือข่ายกับเพื่อนเกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ รวมแล้วอีกประมาณกว่า 200 ไร่ จึงทำให้พริกที่ปลูกสามารถส่งขายหมุนเวียนได้ตลอดทั้งปี ซึ่งเขาเองได้เลือกปลูกพริก 2 พันธุ์นี้ คือ เรดฮอท และชุปเปอร์เรดฮอท เป็นพริกที่ผ่านมาตรฐานในการส่งออก เพราะมีความเผ็ดมีกลิ่นที่หอม และมีผลที่ตรงสม่ำเสมอตลอดการเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งการส่งออกไปยังต่างประเทศนั้น จะต้องควบคุมในเรื่องความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้มีสารตกค้างไปถึงผู้บริโภค

“ข้อดีของพริกสายพันธุ์เรดฮอท ผลจะมีความสม่ำเสมอ ไล่จากล่างขึ้นบน และที่สำคัญการเก็บพริกก็เก็บได้ง่าย ส่วนสายพันธุ์ชุปเปอร์เรดฮอทจากประสบการที่ผมได้ปลูกมา ถือว่ามีการต่อยอดที่ดีกว่า ในเรื่องของสีที่แดงสวย ผลผลิตต่อไร่สูง อย่างเก็บทำพริกแดงสามารถทำผลผลิตได้ 2.5 – 3 ตันต่อไร่” คุณธีรวัฒน์ กล่าว

การปลุกจะเน้นปลูกตามฤดูกาล

ในขั้นตอนของการปลูกพริก ขั้นตอนแรกจะนำเมล็ดพริกมาเพาะลงในกระบะเพาะขนาด 200 หลุม วัสดุที่ใช้เพาะจะเป็นพีทมอส โดยหยอดเมล็ดพริกลงไปในกระบะเพาะ ต้นละ 1 หลุม ซึ่งการเพาะกล้าจะใช้เวลาประมาณ 30-40 วัน พริกจะมีขนาดประมาณ 1 คืบ จึงเตรียมย้ายไปปลูกลงในแปลกที่เตรียมไว้

ซึ่งพริกสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี โดยเลือกพื้นที่ให้เหมาะสม อย่างเช่นพื้นที่ที่หมดฝนแล้ว ควรเลือกพื้นที่ราบเรียบ ส่วนช่วงที่เป็นฤดูฝนควรเลือกพื้นที่ลาดเอียง

“การเตรียมแปลงในครั้งแรก เราจะไถตากดินก่อน ทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน เราก็จะไถพรวนยกร่องให้มีความสูงประมาณ 20 เซนติเมตร ให้สันร่องห่างกันประมาณ 1.50 เมตร ปลูกพริกให้ห่างกัน 40 – 45 เซนติเมตร จะทำให้สามารถปลูกพริกได้ประมาณ 3,500 – 4,000 ต้นต่อไร่” คุณธีรวัฒน์ อธิบายวิธีการปลูก

ในเรื่องของการรดน้ำในฟาร์มของคุณธีรวัฒน์ จะใช้ระบบการให้น้ำ 2 ระบบ คือ ระบบน้ำหยดกับระบบสปริงเกอร์ ซึ่งระบบสปริงเกอร์จะมีข้อดีคือช่วยในเรื่องของการล้างใบ ทำให้อุณหภูมิของใบเย็นลง เป็นการปรับอุณหภูมิกลางวันกับกลางคืนมีความใกล้เคียงกัน ทำให้ลดในเรื่องของอาการเม็ดด่างลงไปได้

เมื่อลงปลูกพริกในแปลงได้อายุประมาณ 10 วัน จะเริ่มใส่ปุ๋ยสูตร 27-5-5 เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของใบ โดยใส่ปุ๋ยทุกๆ 10 วัน เมื่อพริกมีอายุประมาณ 45 วัน จะเปลี่ยนปุ๋ยเป็นสูตรเสมอ 15-15-15 ในอัตราส่วน 25 กิโลกรัมต่อไร่

“การให้ปุ๋ยเราต้องสังเกตุดูสภาพต้น ว่ายอดของพริกที่เราปลูกเจริญเติบโตดีไหม อยู่ที่ความพอใจของคนปลูก สมมุติว่าเราพอแล้วในเรื่องของยอด ต้องการการเพิ่มน้ำหนัก พอพริกข้าสู่อายุ 60-75 วัน ก็จะปรับปุ๋ยเป็นสูตร 13-13-21 ซึ่งพริกปลูกจนสามารถเก็บผลผลิตได้ ก็ใช้เวลาประมาณ 90 วัน” คุณธีวัฒน์ บอกถึงวิธีการใส่ปุ๋ย

เมื่อพริกได้อายุออกผลผลิตจนสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว จะให้ผลผลิตเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 2 – 3 เดือน ซึ่ง 1 ต้นจะให้ผลผลิตเกิน 1 กิโลกรัมขึ้น

แมลงศัตรูพืชที่ต้องระวังสำหรับการปลูกพริก จะเป็นพวกเพลี้ยไฟ ไร หมอนเจาะผล ทำการป้องกันด้วยการฉีดพ่นยาที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคเป็นสำคัญ

ตลาดส่วนใหญ่เน้นส่งออกยุโรป

พริกที่ปลูกภายในฟาร์มทั้งหมดและรวมถึงสมาชิกที่มีอยู่ในกลุ่ม จะส่งออกไปยังยุโรปรวมกว่า 20 ประแทศ ส่วนพริกบางส่วนก็จะนำมาขายภายในประเทศ เน้นขายให้กับห้างสรรพสินค้าภายใต้มาตรฐาน GAP (จีเอพี) ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ส่งขายไปยังยุโรป

“ราคาพริกยังถือว่าดีอยู่ ยิ่งเป็นช่วงที่เจออากาศดีๆ อย่างเช่นราคาพริกแดงจะอยู่ที่ราคา 90-100 บาทต่อกิโลกรัม 1 ไร่ เก็บ 1 ครั้งต่อสัปดาห์ก็จะได้ประมาณ 200-300 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งตั้งแต่อยู่ในวงการนี้มาผมก็จะปลูกแต่พริกอย่างเดียว ยังไม่เคยทำเกษตรด้านอื่น เราก็มีขายทั้งแบบเป็นพริกสด และมีการแปรรูปทำเป็นพริกแห้งเพื่อส่งให้กับลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ” คุณธีรวัฒน์ กล่าว

คุณธีรวัฒน์ บอกอีกว่า การเป็นเกษตรกรปลูกพริกก็ถือว่าทำรายได้ไม่แพ้กับการเกษตรด้านอื่น เกษตรกรสามารถทำผลผลิตออกมาขายได้อย่างสบาย เพียงปลูกแบบทุกต้องตามขั้นตอน และที่สำคัญเรื่องของเมล็ดพันธุ์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

“สำหรับคนที่อยากจะปลูกพริก เพื่อเป็นอาชีพ ต้องบอกก่อนเลยว่าต้องเลือกฤดูกาลที่เหมาะสม ซึ่งการปลูกพริกอาจเรียกว่าเป็นการเกษตรแบบต้นทุนต่ำก็ได้ถ้าปลูกถูกฤดู แต่ถ้าผิดฤดูกาลไม่เหมาะสมมันก็จะทำให้ต้นทุนเราสูงได้ เรื่องพื้นที่ปลูก จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ส่วนเรื่องของสายพันธุ์ตัวนี้ก็สำคัญ ต่อให้เราปลูกดูแลดีขนาดไหน แต่ถ้าสายพันธุ์พริกที่เราปลูกยังไม่มีคุณภาพ ผลผลิตที่เราตั้งเป้าไว้ มันก็จะได้ไม่ดี ดังนั้นเรื่องนี้จึงสำคัญ” คุณธีรวัฒน์ กล่าวแนะนำ

การปลูกพริกพูดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับใครที่กำลังอยากเป็นเกษตรกร ยังไงแล้วก็อย่าลืมศึกษารายละเอียดต่างๆ กันดู ไม่แน่ว่าสักวันเราอาจจะเป็นเกษตรกรรายใหญ่ที่ส่งออกพริกก็เป็นได้

ขอบคุณที่มา : https://bit.ly/2H6nsbk