Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

ถ้วยโฟมหลบไป หันมาใช้ใบเล็บครุฑลังกา จานใส่อาหารจากธรรมชาติกันดีกว่า

ในช่วงหลังๆ มานี้ เราคงได้เห็นโครงการรณรงค์รักษ์โลกกันมากขึ้น ที่สืบเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนนั่นเอง หลายคนตื่นตัวในเรื่องนี้โดยเฉพาะการเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติมากขึ้น หลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกและโฟมให้น้อยลง เพราะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาเราจะรู้สึกว่าการใช้สิ่งเหล่านี้นำมาใช้หรือใส่อาหารมีความสะดวกเป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้เปลี่ยนความคิดกันได้เลย เพราะเราอยากจะขอแนะนำใบเล็บครุฑลังกา ที่พูดได้ว่าเป็นภาชนะใส่อาหารจากธรรมชาติที่สามารถนำมาใช้ได้ดีไม่แพ้กันเลย

อย่างเช่นโพสต์นี้ที่ถูกเผยแพร่เมื่อปี 2018 โดยสมาชิกเฟสบุ๊กท่านหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า Santi Issaraphan เขาได้ออกมาโพสต์ภาพในงานแห่งหนึ่งที่เจ้าภาพเลือกใช้ ใบเล็บครุฑลังกา แทนภาชนะใส่อาหารให้แขกที่ร่วมงาน โดยใบมีลักษณะงองุ้มเป็นเหมือนกระทง สามารถนำมาใส่อาหารคาวหวานได้เลย มองดูแล้วช่วยทำให้อาหารดูน่ารับประทานเป็นอย่างมาก ภายในโพสต์ดังกล่าวเขายังระบุข้อความไว้ด้วยว่า

ถ้วยโฟมหลีกไป

ผมพบใบไม้หน้าตาน่ารักนี้ในงานทำบุญครบ ๑๐๐ วันพระครูโพธิสารประสาธน์ (พระอาจารย์ชม) อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมันถูกนำมาใส่อาหารไว้ต้อนรับผู้มาร่วมงานอยู่หลายเจ้า

หลายคนรับอาหารแล้วก็หมุนดูรอบๆด้วยความทึ่ง ใบอะไรกันนะ ช่างเหมาะมือกำลังดี ไม่ต้องใช้ไม้กลัดเหมือนกระทงใบตอง เรียกว่าปลิดจากต้นก็เอามาใส่ขนมได้ทันที

“เขาเรียกว่าใบเล็บครุฑลังกา” คุณป้าคนหนึ่งบอกผม เมื่อผมถามถึงลักษณะต้นของมัน ป้าบอกว่าแกก็ไม่เคยเห็น แต่มีคนเอาใบมาให้จากลานสกา จะได้ไม่ต้องไปซื้อถ้วยโฟมอีก

นาทีนี้ภาชนะโฟมส่งผลอย่างไรต่อโลกและสิ่งแวดล้อม เราคงไม่ต้องอธิบายกันแล้ว ครั้นจะหันไปใช้วัสดุอื่นก็ล้วนแต่ต้นทุนสูงทั้งสิ้น แม้แต่กระทงใบตองก็ไม่ใช่จะง่ายเสียแล้ว ผมจึงให้คะแนนแบบเต็มร้อยกับเจ้าใบเล็บครุฑลังกานี่แหละครับ ถ้าเราขยๅยพันธุ์ปลูกกันให้มากๆ และจัดการด้านการตลาดให้ดี ผมเชื่อว่ามันจะลดปริมาณขยะโฟมลงได้มากทีเดียว

ไม่ว่าจะมองจากมิติใด ในอาหารเมนูเดียวกัน ระหว่างใส่ภาชนะโฟมกับใส่กระทงใบไม้ที่ว่านี้ ถ้าให้ผมเลือก ผมว่าอย่างหลังน่ากินกว่าและมีเสน่ห์กว่าอย่างเทียบกันไม่ติดละครับ

ขอบคุณที่มา : Santi Issaraphan