Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

ที่บอกไม่ให้ขึ้นมาไม่ใช่พวกโยม

หลังจากที่มีลูกค้าจาก สุราษฏ์ธานีติดต่อให้พวกเราลงไปคุยโปรเจ็กงาน พวกเราทุกคนจึงได้เตรียมตัวเดินทางไปใต้ โดยมีแพลนว่าจะแวะพักที่ชุมพรกันก่อน โดยมีตัวแพร แฟนแพร พี่อู๊ดซึ่งเป็นหุ่นส่วน และหลิน ที่จะเดินทางไปด้วยกัน พวกเราได้ชื่นชอบเรื่องลี้ลับเป็นการส่วนตัว แพรจึงชวนทุกคนหาโรงแรมที่มีประวัติเกี่ยวกับผีพักกัน ทุกคนเลยโอเค พี่อู๊ดได้ติดต่อไปที่เพื่อนของตนซึ่งอยู่ที่จังหวัดชุมพร ก็ได้ที่พักมาเป็นบ้านของเพื่อนพี่อู๊ดเอง เป็นบ้านไม้ที่มีการฆ่ากันตๅe.3 ศw ทุกคนจึงตกลงและได้ออกเดินทางมุ่งหน้าไปที่ชุมพร ถึงชุมพรประมาณ 3 ทุ่ม เพื่อนของพี่อู๊ดก็ได้ชวนพวกตนพักที่บ้านของเขา ท่าทีเขาเหมือน

ไม่อยากให้พวกเราไปพักที่บ้านหลังนั้น แพรเลยหันไปถามทุกคนสรุปว่าก็ไปพักที่บ้านหลังนั้น เพื่อนพี่อู๊ดได้ขับรถนำเข้าไปที่บ้านสวน พอไปถึงเพื่อนพี่อู๊ดไม่ยอมลงจากรถ พี่อู๊ดจึงลงไปเรียกเขาจึงยอมลงจากรถแล้วพาเข้าไปในบ้่าน ลักษณะของบ้านเป็นบ้านชั้นเดียว พอเปิดประตูเข้าไปจะเจอห้องครัวเป็นอันดับแรกมีห้องที่ใช้กินข้าว เข้าไปอีกจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำจะอยู่หลังสุดของบ้าน รอบบริเวณบ้านมืดมากจนมองไม่เห็นอะไรเลย และมีบ่อน้ำอยู่ข้างบ้าน พอดูเสร็จ

เพื่อนพี่อู๊ดได้รีบขับรถออกไปได้ทิ้งท้ายไว้ว่า มีอะไรไม่ต้องโทรไปหาตน ระหว่างที่พวกเรากำลังหยิบของได้มีเสียงคนเคาะประตูมาจากด้านนอก ปั้ง ปั้ง ปั้ง
จึงได้ให้หลินเดินออกไปดู แต่พบว่าไม่มีใครอยู่หน้าบ้าน พอหลินเดินกับมา ได้มีเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ปั้ง ปั้ง ปั้ง หลินจึงเดินกับไปดูอีกรอบ หลินตั้งใจเปิดประตูแรงๆเพื่อที่จะได้โดนตัวคนที่มาเคาะ แต่วางเปล่าเหมือนเดิม หลินจึงพูดขึ้นว่า “แน่จริงก็ออกมาเป็นตัวดิ จะได้ถ่ายไปลงยูทูป” แล้วก็เดินออกไปนอกตัวบ้าน แพรกับแฟนมองหน้ากันเริ่มรู้สึกไม่ดี พี่อู๊ดออกมาจากห้องน้ำแพรจึงเล่าให้ฟังแล้วบอกให้ออกไปตามน้องกับมา พี่อู๊ดไปเจอหลินยืนอยู่ข้างบ่อน้ำ หลินบอกว่ามายืนดูเฉยๆแค่อยากรู้ว่ามีจริงหรอทำไมไม่มาให้เห็นเป็นตัวไปเลย คืนนั้นทุกคนก็เข้านอนปกติ ไม่มีใครเจออะไร แต่พอเช้ามาได้ปลุกหลินแต่ปลุกยังไงน้องก็ไม่

ตื่น ทุกคนเริ่มใจไม่ดี พี่อู๊ดเลยเขย่าน้องและตะโกนเรียก หลินจึงสะดุ้งตื่น แล้วพูดว่า ” ไปๆ พี่ผมไม่อยู่แล้ว ไปอาบน้ำปั๊มเอา ผมไม่อยู่แล้ว ” ทุกคนจึงเก็บของขึ้นรถแล้วได้ขับรถออกไปเพื่อไปที่ สุราษฏ์ธานี ระหว่างทาง แพรจึง แซวหลินว่าเป็นอะไรเจออะไรมา แต่สีหน้าหลินซีดมาก แล้วตอบแบบ ตะกุก ตะกัก ตอนกำลังนอนหลินได้หันหน้าเข้ากำแพงแล้วกำลังเคลิ้มหลับก็ได้ยินเสียง ปี่พาทย์ ดังขึ้น หลินคิดว่าเป็นเสียงจากข้างบ้าน จังหวะที่กำลังจะหันมาถามคนอื่นนั้น ได้เห็นเงาดำๆยืนอยู่กลางห้องจึงหันมามองแต่ปรากฎว่าเป็นคนยืนรำอยู่ ลักษณะคอห้อยแก้มมาติดอยู่ตรงหัวไหล่ แขนผิดรูป แขนไปรำอยู่ข้างหลังลำตัว ตอนนั้นหลินช็อกมือเย็นเท้าเย็น จึงหันกับไปพยายามข่มตาหลับ และได้หลับไปตอนไหนไม่รู้ แพรไม่เชื่อจึงบอกไปว่าฝันรึป่าว “ผมเห็นจริงๆพี่” พี่อู๊ดเลยบอกกับมาเดี๋ยวพาไปหาหลวงปู่ หลังจากคุยงานเสร็จก็ได้ขับรถกลับกรุงเทพเลย หลังจากกลับมาจากใต้ได้3 วัน แพรไม่สามารถติดต่อหลินได้เลย แพรได้

ทิ้งข้อความไว้ในแชทว่างายที่สุราษพวกเราได้ให้มากินเลี้ยงฉลองที่ออฟฟิศ ประมาณเที่ยงคืนหลินได้ขับรถมาจอดหน้าออฟฟิศ สภาพหลินคือโทรมมาก แพรจึงถามว่าไปทำอะไรมาสภาพเหมือนคนไม่ได้นอน หลินเดินเข้ามานั่ง พี่ มันตามผมมาผมไม่ได้นอนเลย 3 คืนผมทำอะไรไม่ได้เลย ผมกลัวมาก หลินได้เล่าให้ฟังว่า คืนแรกที่กลับมา ประมาณตี 2 เขาได้ยินเสียงเดิมที่ได้ยินจากบ้านหลังนั้น คือเสียง ปี่พาทย์ หลินไม่รู้จะทำไงจึงเดินออกไปสูบบุหรี่ที่ระเบียง พอออกไปหลินได้เห็นผู้หญิงคนเดิมยืนรำอยู่ที่หน้่าบ้านเขาแล้วได้ชี้นิ้วมาที่หลิน พี่อู๊ดให้หลินไปนอนห้องตน “ในห้องพี่มีทั้งพ่อแก่ทั้งพระเจ้าตากสิน ไม่มีใครทำอะไรเอ็งได้หรอก” แล้วหลินก็ได้ขอตัวขึ้นไปนอน คนอื่นได้ตามขึ้นไปทีหลัง ขณะที่แพรกับแฟนกำลังจะเคลิ้มหลับก็ได้ยินเสียงปี่ดังขึ้น แล้วตามด้วยเครื่องดนตรีชนิดอื่นบันเลงขึ้นมาเป็นเพลงแบบที่หลินเล่าให้ฟัง แพรจึงเกิดอาการตัวแข็งแล้วได้หันไปทางแฟนซึ่งแฟนแพรก็ได้ยินเสียงเหมือนกัน แฟนแพรจึงชวนไป

ที่ห้องพี่อู๊ด พอเปิดห้องเข้าไปภาพแรกที่เห็นคือหลินได้ไปนั่งชันเข่าก้มหน้าตัวสั่นอยู่ที่มุมห้อง แฟนแพรจึงปลุกพี่อู๊ดที่นอนอยู่ ปรากฎว่าพี่อู๊ดก็ได้ยินเหมือนที่ทุกคนได้ยิน พี่อู๊ดกับตั้มแฟนของแพรได้เดินไปแง้มหน้าต่างดู เฮ้ย พี่อู๊ดได้อุทานออกมา แล้วเดินมาลากแพรกับตั้มไปนั่งตรงหิ้งพระยันเช้า พี่อู๊ดจึงชวนทุกคนไปหาหลวงปู่ที่วัด ระหว่างนั่งรถไปพี่อู๊ดและแฟนแพรได้บอกว่าเมื่อคืนเห็นนางรำโนรายืนชี้นิ้วขึ้นมาบนห้อง พอถึงวัดทุกคนกำลังจะเดินขึ้น กุฏิหลวงปู่ได้พูดออกมาว่า ไม่ต้องขึ้นมาอยู่ตรงนั้นแหละเดี๋ยวเดินลงไปเอง ทุกคนจึงหยุดเดินและก็ยืนรอหลวงปู่ด้านล่าง

พอหลวงปู่ลงมาจึงให้ทั้ง 4 คนไปอาบน้ำมนต์ หลังจากอาบเสร็จได้ขึ้นไปที่กุฏิ หลวงปู่จึงบอก ที่บอกไม่ให้ขึ้นมาไม่ใช่พวกโยม แต่เป็นสกๅคนนั้น
พวกโยมไปทำอะไรกันมาโดยเฉพาะหลิน หลวงปู่ได้ชี้มาที่หลิน ตอนนั้นหลินเหมือนคนสติแตกไปแล้วไม่พูดไม่จาร่างกายโทรมผมร่วง พวกเราพยายามจะถามหลินแต่หลินก็ไม่พูดไม่บอกอะไรพวกเราช่วยกันเกลี่ยกล่อมจนหลินยอมเล่าให้ฟังว่าตนเองได้ไปฉี่ใส่บ่อน้ำที่บ้่านหลังนั้น หลวงปู่บอกทางเดียวที่จะแก้ได้คือหลินต้องบวช แล้วก่อนบวชต้องไปขอขมาที่บ่อน้ำแห่งนั้น ไม่อย่างนั้นเขาจะเอาไปด้วย พี่วุติจึงโทรไปเล่าให้เพื่อนที่เป็นเจ้าของบ้านหลังนั้นฟัง เขาจึงเล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้วเขาได้ปล่อยบ้านหลังนี้ให้เช่า และได้มีคู่สามีภรรยาซึ่งฝ่ายภรรยาเป็นร่างทรงได้มาเช่า ซึ่งทางฝั่งสามีจะเป็นคนคอยหา โนราห์ มารำแก้บน ฝั่งสามีดันไปกิ๊กกับโนราห์ในวงแล้วภรรยาดันจับได้ ภรรยาได้ใช้มีดอีโต้ฟันหน้าสามีด้วยความโกรธปนเสียใจ จึงได้นำศwของสามีไปเก็บไว้ในบ้่าน ได้ใช้มือถือของสามีส่งข้อความไปหานางรำที่เป็นกิ๊กกับสามีตน หลอกล่อให้มาที่บ้าน พอนางโนราห์มาฝ่ายภรรยาจึงเอามีดอีโต้ฟันคอจนคอห้อยลงมา และได้นำศwไปทิ้งไว้ในบ่อข้างบ้าน แล้วตนจึงผูกคอตๅeตามในบ้่าน